Constituative
เกมเป่ายิ้งฉุบนับเป็นเกมยอดฮิตและเหมาะกับการนำมาใช้ตัดสินปัญหาเล็กๆที่ไม่ลงรอย เกมเป่ายิ้งฉุบจะแบ่งเป็น ค้อน กรรไกร กระดาษ ทำให้เกมนี้มีลักษณะเป็นวัฏจักร ถ้าดูตามตรรกศาสตร์แล้ว โอกาสออกสัญลักษณ์แต่ละอย่างนั้นจะมีเท่าๆกันคือ 33.33% แต่หากคำนึงถึงแง่ของจิตใจแล้วจะพบว่าโอกาสในการออกสัญลักษณ์ต่างๆนั้นจะไม่เท่ากัน เช่น เมื่อเราออกค้อนไปแล้วเสมอกับคู่แข่ง ตามหลักจิตวิทยาแล้วพบว่าสัญลักษณ์ต่อไปที่จะออกจะไม่ออกสัญลักษณ์ที่อ่อนแอกว่าอันแรกคือ ทั้งเราทั้งคู่แข่งจะออก ค้อน หรือ กระดาษเท่านั้นในการออกครั้งต่อไป ซึ่งหลักการนี้จะเป็นจริงมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบบังคับมากยิ่งขึ้น (เอาวิธีคิดแบบนี้มาจากการ์ตูนเรื่อง ฮันเตอร์Xฮันเตอร์ ครับ)
Operational
สัญลักษณ์ทั้ง 3 แบบนั้นจะมีลักษณะของการกดข่มกันอยู่ คือ ค้อนชนะกรรไกร กรรไกรชนะกระดาษ กระดาษชนะค้อน กฏก็ง่ายๆคือใครออกสัญลักษณ์ที่แข็งแกร่งกว่าก็ชนะไปหากออกมาเหมือนกันให้ออกใหม่เรื่อยๆจนกว่าจะมีคนชนะ
Implicit Rule
สิ่งที่ผู้เล่นรู้เองคือ
1.ห้ามออกช้า
2.ห้ามให้คู่แข่งเห็นสัญลักษณ์ของเราก่อนที่จะแสดงออกมาพร้อมๆกัน
3.ห้ามเปลี่ยนสัญลักษณ์เมื่อแสดงออกมาแล้ว
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนไม่มีกำหนดไว้ที่ไหนในเกมเป่ายิ้งฉุบ แต่ผู้เล่นทุกคนจะรู้เองเพราะเมื่อเราทำพฤติกรรมเหล่านี้แล้วคู่แข่งย่อมไม่ยอมและเกมก็จะไม่จบลงซักที
Wednesday, January 10, 2007
ออกแบบเกมภาค 8
เมื่อแผนการศึกษาของทั่วโลกมีระดับที่ใกล้เคียงกันแล้วต่อมาต้องรวบรวมอำนาจบริหารจากทั่วโลกมาไว้ที่จุดเดียวเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 สิครับงานนี้
(อย่าคิดเป็นจริงเป็นจังครับมันก็แค่เกม)
ชื่อเกมว่า "World Revolution"
Player
ประเทศต่างๆจากทั่วโลก
rules
ประเทศไหนที่คิดว่าตนเองไม่มีพลังอำนาจพอให้สามารถไปร่วมกับประเทศมหาอำนาจได้โดยประเทศที่เลือกทางนี้จะไม่เสียอำนาจอธิปไตยไปและยังมีสิทธิในการปกครองตนเอง 100 %เพียงแต่ไม่สามารถทำการใดๆเพื่อขัดขวางประเทศที่เป็นพันธมิตรอยู่ได้ และประเทศมหาอำนาจที่เป็นพันธมิตรอยู่จะไม่สามารถบีบบังคับให้ประเทศพันธมิตรทำตามความพอใจของตนได้
ส่วนกฏการเล่นคือ ยกเว้นกำลังอำนาจทางการทหาร และความรุนแรงทุกประการแล้ว สามารถใช้ได้ทุกวิธีในการครอบครองอำนาจบริหารของประเทศคู่แข่ง เช่นใช้กลยุทธทางธุรกิจในการเทคโอเวอร์ประเทศคู่แข่งเป็นต้น และมีกฎสำคัญอีกประการคือห้ามไม่ให้กระบวนการยึดครองคู่แข่งส่งผลต่อสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศนั้นโดยเด็ดขาด
และเมื่อยึดครองประเทศคู่แข่งได้แล้วคณะบริหารของประเทศคู่แข่งจะสามารถเลือกคนกลุ่มหนึ่งเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือกับประเทศที่ยึดครองได้
resource
ความฉลาดของผู้บริหารประเทศในการสร้างกลยุทธเพื่อยึดครองประเทศคู่แข่งได้โดยปราศจากความรุนแรงทุกประการ
boundary
โลก
conflict
ทุกประเทศสามารถเลือกเข้ากับฝ่ายไหนก็ได้ตามความพอใจของตนเองแต่ต้องทำอย่างเปิดเผย ห้ามทำตัวลับๆล่อๆเป็นลิ้น 2 แฉกเด็ดขาด
outcome
อำนาจบริหารจากทั่วโลกจะมารวมอยู่ที่จุดๆเดียว เมื่อรวมเข้ากับ 2 เกมก่อนหน้านี้ เราจะได้ 3 สิ่งในการผลักดันกระแสโลกใหม่คือ 1.เงิน 2.ความรู้ 3. อำนาจ
55555หลุดโลกแล้วครับกระผม
(อย่าคิดเป็นจริงเป็นจังครับมันก็แค่เกม)
ชื่อเกมว่า "World Revolution"
Player
ประเทศต่างๆจากทั่วโลก
rules
ประเทศไหนที่คิดว่าตนเองไม่มีพลังอำนาจพอให้สามารถไปร่วมกับประเทศมหาอำนาจได้โดยประเทศที่เลือกทางนี้จะไม่เสียอำนาจอธิปไตยไปและยังมีสิทธิในการปกครองตนเอง 100 %เพียงแต่ไม่สามารถทำการใดๆเพื่อขัดขวางประเทศที่เป็นพันธมิตรอยู่ได้ และประเทศมหาอำนาจที่เป็นพันธมิตรอยู่จะไม่สามารถบีบบังคับให้ประเทศพันธมิตรทำตามความพอใจของตนได้
ส่วนกฏการเล่นคือ ยกเว้นกำลังอำนาจทางการทหาร และความรุนแรงทุกประการแล้ว สามารถใช้ได้ทุกวิธีในการครอบครองอำนาจบริหารของประเทศคู่แข่ง เช่นใช้กลยุทธทางธุรกิจในการเทคโอเวอร์ประเทศคู่แข่งเป็นต้น และมีกฎสำคัญอีกประการคือห้ามไม่ให้กระบวนการยึดครองคู่แข่งส่งผลต่อสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศนั้นโดยเด็ดขาด
และเมื่อยึดครองประเทศคู่แข่งได้แล้วคณะบริหารของประเทศคู่แข่งจะสามารถเลือกคนกลุ่มหนึ่งเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือกับประเทศที่ยึดครองได้
resource
ความฉลาดของผู้บริหารประเทศในการสร้างกลยุทธเพื่อยึดครองประเทศคู่แข่งได้โดยปราศจากความรุนแรงทุกประการ
boundary
โลก
conflict
ทุกประเทศสามารถเลือกเข้ากับฝ่ายไหนก็ได้ตามความพอใจของตนเองแต่ต้องทำอย่างเปิดเผย ห้ามทำตัวลับๆล่อๆเป็นลิ้น 2 แฉกเด็ดขาด
outcome
อำนาจบริหารจากทั่วโลกจะมารวมอยู่ที่จุดๆเดียว เมื่อรวมเข้ากับ 2 เกมก่อนหน้านี้ เราจะได้ 3 สิ่งในการผลักดันกระแสโลกใหม่คือ 1.เงิน 2.ความรู้ 3. อำนาจ
55555หลุดโลกแล้วครับกระผม
วิจารณ์เกม CITY OF HEROES
Version : Board gameแนวเกม Turn Base Strategy
players
ได้จนกว่าแผนที่จะเต็ม ประมาณ 4 คนขึ้นไป
rules
กำหนดคะแนนของแต่ละคนเพื่อเลือก Character จากกล่องซึ่ง Character แต่ละตัวจะมีคะแนนที่แตกต่างกันไปยิ่งคะแนนเยอะยิ่งเก่ง(ผมเล่นที่ 200 คะแนน)ก็หมายความว่าสามารถเลือกตัวละครกี่ตัวก็ได้ให้คะแนนรวมกันอยู่ที่ 200 คะแนน ขาดได้แต่ห้ามเกิน ซึ่งตัวละครแต่ละตัวจะมีสกิลพิเศษและความสามารถที่แตกต่างกันไป ทีมก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ควรคำนึงถึงอีกอย่างหนึ่งของเกมเพราะเมื่อตัวละครที่อยู่ทีมเดียวกันอยู่ติดกันมักจะมีความสามารถพิเศษให้ใช้เพิ่มขึ้นและตัวละครเหล่านั้นจะแข็งแกร่งขึ้น
porcedure
ผลัดกันเดินคนละ Turn ซึ่งในแต่ละ Turn ผู้เล่นจะได้ 2 Action ซึ่งค่า Action นี้จะสามารถนำไปใช้กับตัวละครตัวใดก็ได้แต่ตัวละครหนึ่งตัวจะสามารถทำได้เพียง 1 Action ภายใน 1 Turn เท่านั้น มีกรณีพิเศษคือหากเราต้องการฝืนบังคับตัวละคร 1 ตัว ให้ทำได้ 2 Action ใน 1 Turn แล้วละก็ตัวละครตัวนั้นจะถือว่าถูกโจมตี 1 ครั้งด้วย(ฟังดูอาจงงๆอย่าถามผมครับเพราะผมก็งง)
resource
การใช้ความสามารถของ Character ที่เราเลือกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการกะจังหวะการใช้ความสามารถต่างๆให้ส่งผลต่อคู่ต่อสู้ให้มากที่สุด
boundary
กระดานแผนที่ที่กำหนดไว้
conflict
ผู้เล่นแต่ละคนต้องต่อสู้กันเองเพื่อกำจัดผู้เล่นคนอื่นทิ้งให้หมดใครอยู่รอดเป็นคนสุดท้ายถือว่าชนะไป
outcome
ผู้เล่นที่ยังมีตัวละครเหลือรอดอยู่บนกระดานเป็นคนสุดท้าย
Wednesday, January 3, 2007
วิจารณ์เกมเพิ่มในแง่ของ Meaningful play และ Core Machenics
เกมวิ่งไล่จับกัน(จริงๆแล้วผมมาไม่ทันแต่มาทันเห็นเพื่อนๆเล่นกันแล้วก็ถามกฎกับเพื่อนๆทีหลัง)
players
กี่คนก็ได้ แต่น้อยๆจะไม่สนุก
rules
ให้ผู้เล่นจับคู่กันโดย ให้เหลือคนที่ไม่มีคู่ไว้แล้วคนที่ไม่มีคู่ต้องวิ่งไปแตะคนที่มีคู่คนใดคนหน่งเพื่อแย่งคู่มา ส่วนคนที่โดนแตะก็ต้องไปเปนคู่ของคนที่แตะส่วนคนที่คู่หายก็ต้องวิ่งไล่หาคู่ต่อไป
porcedure
วิ่งๆๆและก็วิ่งๆ
resource
ความเร็วในการวิ่งยิ่งวิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ
boundary
แล้วแต่การตกลงกัน ยิ่งกำหนดไว้กว้างเท่าไหร่ยิ่งเหนื่อยมากเท่านั้น
conflict
การที่ผู้เล่นต้องวิ่งไล่จับกันทำให้เกิดความรู้สึกว่าเมื่อไหร่จะโดนเรานะ ก็เป็นความสนุกอย่างหนึ่ง
outcome
คือผู้แพ้ที่ไม่สามารถหาคู่ได้เมื่อเวลาหมดลง
Core Machenics
คือการวิ่งแปะๆๆๆๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ง่าย และความสนุกอยู่ที่ว่าเมื่อไหร่เราจะต้องเป็นคนวิ่งนะ เมื่อไหร่เราจะต้องเป็นคนหนีนะ อะไรทำนองนั้น
Meaningful Play
เหมือนจะไม่มีครับ เพราะเราก็แค่วิ่งไปแปะคนที่จะเอามาเป็นคู่แล้วก็วิ่งหนีไปเรื่อยๆ จึงไม่มีเรื่องราวอะไรให้รับรู้และรู้สึกสนุกไปกับมัน
players
กี่คนก็ได้ แต่น้อยๆจะไม่สนุก
rules
ให้ผู้เล่นจับคู่กันโดย ให้เหลือคนที่ไม่มีคู่ไว้แล้วคนที่ไม่มีคู่ต้องวิ่งไปแตะคนที่มีคู่คนใดคนหน่งเพื่อแย่งคู่มา ส่วนคนที่โดนแตะก็ต้องไปเปนคู่ของคนที่แตะส่วนคนที่คู่หายก็ต้องวิ่งไล่หาคู่ต่อไป
porcedure
วิ่งๆๆและก็วิ่งๆ
resource
ความเร็วในการวิ่งยิ่งวิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ
boundary
แล้วแต่การตกลงกัน ยิ่งกำหนดไว้กว้างเท่าไหร่ยิ่งเหนื่อยมากเท่านั้น
conflict
การที่ผู้เล่นต้องวิ่งไล่จับกันทำให้เกิดความรู้สึกว่าเมื่อไหร่จะโดนเรานะ ก็เป็นความสนุกอย่างหนึ่ง
outcome
คือผู้แพ้ที่ไม่สามารถหาคู่ได้เมื่อเวลาหมดลง
Core Machenics
คือการวิ่งแปะๆๆๆๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ง่าย และความสนุกอยู่ที่ว่าเมื่อไหร่เราจะต้องเป็นคนวิ่งนะ เมื่อไหร่เราจะต้องเป็นคนหนีนะ อะไรทำนองนั้น
Meaningful Play
เหมือนจะไม่มีครับ เพราะเราก็แค่วิ่งไปแปะคนที่จะเอามาเป็นคู่แล้วก็วิ่งหนีไปเรื่อยๆ จึงไม่มีเรื่องราวอะไรให้รับรู้และรู้สึกสนุกไปกับมัน
Subscribe to:
Posts (Atom)