Constituative
เกมเป่ายิ้งฉุบนับเป็นเกมยอดฮิตและเหมาะกับการนำมาใช้ตัดสินปัญหาเล็กๆที่ไม่ลงรอย เกมเป่ายิ้งฉุบจะแบ่งเป็น ค้อน กรรไกร กระดาษ ทำให้เกมนี้มีลักษณะเป็นวัฏจักร ถ้าดูตามตรรกศาสตร์แล้ว โอกาสออกสัญลักษณ์แต่ละอย่างนั้นจะมีเท่าๆกันคือ 33.33% แต่หากคำนึงถึงแง่ของจิตใจแล้วจะพบว่าโอกาสในการออกสัญลักษณ์ต่างๆนั้นจะไม่เท่ากัน เช่น เมื่อเราออกค้อนไปแล้วเสมอกับคู่แข่ง ตามหลักจิตวิทยาแล้วพบว่าสัญลักษณ์ต่อไปที่จะออกจะไม่ออกสัญลักษณ์ที่อ่อนแอกว่าอันแรกคือ ทั้งเราทั้งคู่แข่งจะออก ค้อน หรือ กระดาษเท่านั้นในการออกครั้งต่อไป ซึ่งหลักการนี้จะเป็นจริงมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบบังคับมากยิ่งขึ้น (เอาวิธีคิดแบบนี้มาจากการ์ตูนเรื่อง ฮันเตอร์Xฮันเตอร์ ครับ)
Operational
สัญลักษณ์ทั้ง 3 แบบนั้นจะมีลักษณะของการกดข่มกันอยู่ คือ ค้อนชนะกรรไกร กรรไกรชนะกระดาษ กระดาษชนะค้อน กฏก็ง่ายๆคือใครออกสัญลักษณ์ที่แข็งแกร่งกว่าก็ชนะไปหากออกมาเหมือนกันให้ออกใหม่เรื่อยๆจนกว่าจะมีคนชนะ
Implicit Rule
สิ่งที่ผู้เล่นรู้เองคือ
1.ห้ามออกช้า
2.ห้ามให้คู่แข่งเห็นสัญลักษณ์ของเราก่อนที่จะแสดงออกมาพร้อมๆกัน
3.ห้ามเปลี่ยนสัญลักษณ์เมื่อแสดงออกมาแล้ว
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนไม่มีกำหนดไว้ที่ไหนในเกมเป่ายิ้งฉุบ แต่ผู้เล่นทุกคนจะรู้เองเพราะเมื่อเราทำพฤติกรรมเหล่านี้แล้วคู่แข่งย่อมไม่ยอมและเกมก็จะไม่จบลงซักที
Wednesday, January 10, 2007
ออกแบบเกมภาค 8
เมื่อแผนการศึกษาของทั่วโลกมีระดับที่ใกล้เคียงกันแล้วต่อมาต้องรวบรวมอำนาจบริหารจากทั่วโลกมาไว้ที่จุดเดียวเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 สิครับงานนี้
(อย่าคิดเป็นจริงเป็นจังครับมันก็แค่เกม)
ชื่อเกมว่า "World Revolution"
Player
ประเทศต่างๆจากทั่วโลก
rules
ประเทศไหนที่คิดว่าตนเองไม่มีพลังอำนาจพอให้สามารถไปร่วมกับประเทศมหาอำนาจได้โดยประเทศที่เลือกทางนี้จะไม่เสียอำนาจอธิปไตยไปและยังมีสิทธิในการปกครองตนเอง 100 %เพียงแต่ไม่สามารถทำการใดๆเพื่อขัดขวางประเทศที่เป็นพันธมิตรอยู่ได้ และประเทศมหาอำนาจที่เป็นพันธมิตรอยู่จะไม่สามารถบีบบังคับให้ประเทศพันธมิตรทำตามความพอใจของตนได้
ส่วนกฏการเล่นคือ ยกเว้นกำลังอำนาจทางการทหาร และความรุนแรงทุกประการแล้ว สามารถใช้ได้ทุกวิธีในการครอบครองอำนาจบริหารของประเทศคู่แข่ง เช่นใช้กลยุทธทางธุรกิจในการเทคโอเวอร์ประเทศคู่แข่งเป็นต้น และมีกฎสำคัญอีกประการคือห้ามไม่ให้กระบวนการยึดครองคู่แข่งส่งผลต่อสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศนั้นโดยเด็ดขาด
และเมื่อยึดครองประเทศคู่แข่งได้แล้วคณะบริหารของประเทศคู่แข่งจะสามารถเลือกคนกลุ่มหนึ่งเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือกับประเทศที่ยึดครองได้
resource
ความฉลาดของผู้บริหารประเทศในการสร้างกลยุทธเพื่อยึดครองประเทศคู่แข่งได้โดยปราศจากความรุนแรงทุกประการ
boundary
โลก
conflict
ทุกประเทศสามารถเลือกเข้ากับฝ่ายไหนก็ได้ตามความพอใจของตนเองแต่ต้องทำอย่างเปิดเผย ห้ามทำตัวลับๆล่อๆเป็นลิ้น 2 แฉกเด็ดขาด
outcome
อำนาจบริหารจากทั่วโลกจะมารวมอยู่ที่จุดๆเดียว เมื่อรวมเข้ากับ 2 เกมก่อนหน้านี้ เราจะได้ 3 สิ่งในการผลักดันกระแสโลกใหม่คือ 1.เงิน 2.ความรู้ 3. อำนาจ
55555หลุดโลกแล้วครับกระผม
(อย่าคิดเป็นจริงเป็นจังครับมันก็แค่เกม)
ชื่อเกมว่า "World Revolution"
Player
ประเทศต่างๆจากทั่วโลก
rules
ประเทศไหนที่คิดว่าตนเองไม่มีพลังอำนาจพอให้สามารถไปร่วมกับประเทศมหาอำนาจได้โดยประเทศที่เลือกทางนี้จะไม่เสียอำนาจอธิปไตยไปและยังมีสิทธิในการปกครองตนเอง 100 %เพียงแต่ไม่สามารถทำการใดๆเพื่อขัดขวางประเทศที่เป็นพันธมิตรอยู่ได้ และประเทศมหาอำนาจที่เป็นพันธมิตรอยู่จะไม่สามารถบีบบังคับให้ประเทศพันธมิตรทำตามความพอใจของตนได้
ส่วนกฏการเล่นคือ ยกเว้นกำลังอำนาจทางการทหาร และความรุนแรงทุกประการแล้ว สามารถใช้ได้ทุกวิธีในการครอบครองอำนาจบริหารของประเทศคู่แข่ง เช่นใช้กลยุทธทางธุรกิจในการเทคโอเวอร์ประเทศคู่แข่งเป็นต้น และมีกฎสำคัญอีกประการคือห้ามไม่ให้กระบวนการยึดครองคู่แข่งส่งผลต่อสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศนั้นโดยเด็ดขาด
และเมื่อยึดครองประเทศคู่แข่งได้แล้วคณะบริหารของประเทศคู่แข่งจะสามารถเลือกคนกลุ่มหนึ่งเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือกับประเทศที่ยึดครองได้
resource
ความฉลาดของผู้บริหารประเทศในการสร้างกลยุทธเพื่อยึดครองประเทศคู่แข่งได้โดยปราศจากความรุนแรงทุกประการ
boundary
โลก
conflict
ทุกประเทศสามารถเลือกเข้ากับฝ่ายไหนก็ได้ตามความพอใจของตนเองแต่ต้องทำอย่างเปิดเผย ห้ามทำตัวลับๆล่อๆเป็นลิ้น 2 แฉกเด็ดขาด
outcome
อำนาจบริหารจากทั่วโลกจะมารวมอยู่ที่จุดๆเดียว เมื่อรวมเข้ากับ 2 เกมก่อนหน้านี้ เราจะได้ 3 สิ่งในการผลักดันกระแสโลกใหม่คือ 1.เงิน 2.ความรู้ 3. อำนาจ
55555หลุดโลกแล้วครับกระผม
วิจารณ์เกม CITY OF HEROES
Version : Board gameแนวเกม Turn Base Strategy
players
ได้จนกว่าแผนที่จะเต็ม ประมาณ 4 คนขึ้นไป
rules
กำหนดคะแนนของแต่ละคนเพื่อเลือก Character จากกล่องซึ่ง Character แต่ละตัวจะมีคะแนนที่แตกต่างกันไปยิ่งคะแนนเยอะยิ่งเก่ง(ผมเล่นที่ 200 คะแนน)ก็หมายความว่าสามารถเลือกตัวละครกี่ตัวก็ได้ให้คะแนนรวมกันอยู่ที่ 200 คะแนน ขาดได้แต่ห้ามเกิน ซึ่งตัวละครแต่ละตัวจะมีสกิลพิเศษและความสามารถที่แตกต่างกันไป ทีมก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ควรคำนึงถึงอีกอย่างหนึ่งของเกมเพราะเมื่อตัวละครที่อยู่ทีมเดียวกันอยู่ติดกันมักจะมีความสามารถพิเศษให้ใช้เพิ่มขึ้นและตัวละครเหล่านั้นจะแข็งแกร่งขึ้น
porcedure
ผลัดกันเดินคนละ Turn ซึ่งในแต่ละ Turn ผู้เล่นจะได้ 2 Action ซึ่งค่า Action นี้จะสามารถนำไปใช้กับตัวละครตัวใดก็ได้แต่ตัวละครหนึ่งตัวจะสามารถทำได้เพียง 1 Action ภายใน 1 Turn เท่านั้น มีกรณีพิเศษคือหากเราต้องการฝืนบังคับตัวละคร 1 ตัว ให้ทำได้ 2 Action ใน 1 Turn แล้วละก็ตัวละครตัวนั้นจะถือว่าถูกโจมตี 1 ครั้งด้วย(ฟังดูอาจงงๆอย่าถามผมครับเพราะผมก็งง)
resource
การใช้ความสามารถของ Character ที่เราเลือกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการกะจังหวะการใช้ความสามารถต่างๆให้ส่งผลต่อคู่ต่อสู้ให้มากที่สุด
boundary
กระดานแผนที่ที่กำหนดไว้
conflict
ผู้เล่นแต่ละคนต้องต่อสู้กันเองเพื่อกำจัดผู้เล่นคนอื่นทิ้งให้หมดใครอยู่รอดเป็นคนสุดท้ายถือว่าชนะไป
outcome
ผู้เล่นที่ยังมีตัวละครเหลือรอดอยู่บนกระดานเป็นคนสุดท้าย
Wednesday, January 3, 2007
วิจารณ์เกมเพิ่มในแง่ของ Meaningful play และ Core Machenics
เกมวิ่งไล่จับกัน(จริงๆแล้วผมมาไม่ทันแต่มาทันเห็นเพื่อนๆเล่นกันแล้วก็ถามกฎกับเพื่อนๆทีหลัง)
players
กี่คนก็ได้ แต่น้อยๆจะไม่สนุก
rules
ให้ผู้เล่นจับคู่กันโดย ให้เหลือคนที่ไม่มีคู่ไว้แล้วคนที่ไม่มีคู่ต้องวิ่งไปแตะคนที่มีคู่คนใดคนหน่งเพื่อแย่งคู่มา ส่วนคนที่โดนแตะก็ต้องไปเปนคู่ของคนที่แตะส่วนคนที่คู่หายก็ต้องวิ่งไล่หาคู่ต่อไป
porcedure
วิ่งๆๆและก็วิ่งๆ
resource
ความเร็วในการวิ่งยิ่งวิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ
boundary
แล้วแต่การตกลงกัน ยิ่งกำหนดไว้กว้างเท่าไหร่ยิ่งเหนื่อยมากเท่านั้น
conflict
การที่ผู้เล่นต้องวิ่งไล่จับกันทำให้เกิดความรู้สึกว่าเมื่อไหร่จะโดนเรานะ ก็เป็นความสนุกอย่างหนึ่ง
outcome
คือผู้แพ้ที่ไม่สามารถหาคู่ได้เมื่อเวลาหมดลง
Core Machenics
คือการวิ่งแปะๆๆๆๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ง่าย และความสนุกอยู่ที่ว่าเมื่อไหร่เราจะต้องเป็นคนวิ่งนะ เมื่อไหร่เราจะต้องเป็นคนหนีนะ อะไรทำนองนั้น
Meaningful Play
เหมือนจะไม่มีครับ เพราะเราก็แค่วิ่งไปแปะคนที่จะเอามาเป็นคู่แล้วก็วิ่งหนีไปเรื่อยๆ จึงไม่มีเรื่องราวอะไรให้รับรู้และรู้สึกสนุกไปกับมัน
players
กี่คนก็ได้ แต่น้อยๆจะไม่สนุก
rules
ให้ผู้เล่นจับคู่กันโดย ให้เหลือคนที่ไม่มีคู่ไว้แล้วคนที่ไม่มีคู่ต้องวิ่งไปแตะคนที่มีคู่คนใดคนหน่งเพื่อแย่งคู่มา ส่วนคนที่โดนแตะก็ต้องไปเปนคู่ของคนที่แตะส่วนคนที่คู่หายก็ต้องวิ่งไล่หาคู่ต่อไป
porcedure
วิ่งๆๆและก็วิ่งๆ
resource
ความเร็วในการวิ่งยิ่งวิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ
boundary
แล้วแต่การตกลงกัน ยิ่งกำหนดไว้กว้างเท่าไหร่ยิ่งเหนื่อยมากเท่านั้น
conflict
การที่ผู้เล่นต้องวิ่งไล่จับกันทำให้เกิดความรู้สึกว่าเมื่อไหร่จะโดนเรานะ ก็เป็นความสนุกอย่างหนึ่ง
outcome
คือผู้แพ้ที่ไม่สามารถหาคู่ได้เมื่อเวลาหมดลง
Core Machenics
คือการวิ่งแปะๆๆๆๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ง่าย และความสนุกอยู่ที่ว่าเมื่อไหร่เราจะต้องเป็นคนวิ่งนะ เมื่อไหร่เราจะต้องเป็นคนหนีนะ อะไรทำนองนั้น
Meaningful Play
เหมือนจะไม่มีครับ เพราะเราก็แค่วิ่งไปแปะคนที่จะเอามาเป็นคู่แล้วก็วิ่งหนีไปเรื่อยๆ จึงไม่มีเรื่องราวอะไรให้รับรู้และรู้สึกสนุกไปกับมัน
Tuesday, December 26, 2006
ออกแบบเกมภาค 7
เมื่อเราได้กลุ่มมหาอำนาจซึ่งสร้างConnection ร่วมกันจนครอบคลุมทั้งโลกแล้วจากตอนนี้เราจึงเริ่มมองเห็นโปรเจค"One Peace World" เป็นรูปเป็นร่างซะที เกมต่อมาชื่อว่า"Educated World"
Player
นักวิชาการจากทั่วโลก
Objective
การรวบรวมตำราและรูปแบบการเรียนรู้จากทั่วโลกเพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนทั่วโลก
Rule
นักวิชาการเลือกประเทศที่มีรูปแบบการศึกษาสมัยใหม่และสมัยเก่าอย่างละ 1 ประเทศรวม 2 ประเทศเพื่อนำมาวิเคราะห์หาความเป็นไปได้ที่จะผสมผสานจุดเด่นของทั้งสองระบบการศึกษาเข้าด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าทำได้ยากยิ่งหากนักวิชาการคนใดทำได้สำเร็จและได้รับการยอมรับจากนักวิชาการทั่วโลกว่าทฤษฎีใหม่นี้มีความเป็นไปได้ในการนำมาพัฒนาให้สามารถใช้ได้จริงจะได้รับการคัดเลือกตัวออกมาเพื่อคัดเอาหัวกระทิจากทั่วโลกมาค้นหาทฤษฎีบทที่เหมาะสมต่อการนำมาใช้เป็นมาตรฐานสากลทั่วโลก
Resource
ความรู้และวิสัยทัศน์ในการคัดเลือกประเทศที่แตกต่างกัน 2 ประเทศมาผสานรวมกัน และกึ๋นล้วนๆ
Conflict
นักวิชาการทุกคนต้องทำการ Brainstorm กันเพื่อต่อยอดความคิดซึ่งกันและกันให้มากที่สุดจึงจะสามารถนำมาใช้สร้างทฤษฎีการเรียนรู้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Outcome
นักวิชาการที่ได้รับคัดเลือกออกมาจะได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ขึ้นชื่อว่า"นักวิชาการโลก" เป็นต้น (เป็นคำนำหน้าชื่อที่เท่ๆแบบเดียวกันกับ "เซอร์")
หลักสูตรการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากนักวิชาการทั่วโลกและสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับหลักสูตรทั่วโลกได้ไม่มากก็น้อย
Player
นักวิชาการจากทั่วโลก
Objective
การรวบรวมตำราและรูปแบบการเรียนรู้จากทั่วโลกเพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนทั่วโลก
Rule
นักวิชาการเลือกประเทศที่มีรูปแบบการศึกษาสมัยใหม่และสมัยเก่าอย่างละ 1 ประเทศรวม 2 ประเทศเพื่อนำมาวิเคราะห์หาความเป็นไปได้ที่จะผสมผสานจุดเด่นของทั้งสองระบบการศึกษาเข้าด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าทำได้ยากยิ่งหากนักวิชาการคนใดทำได้สำเร็จและได้รับการยอมรับจากนักวิชาการทั่วโลกว่าทฤษฎีใหม่นี้มีความเป็นไปได้ในการนำมาพัฒนาให้สามารถใช้ได้จริงจะได้รับการคัดเลือกตัวออกมาเพื่อคัดเอาหัวกระทิจากทั่วโลกมาค้นหาทฤษฎีบทที่เหมาะสมต่อการนำมาใช้เป็นมาตรฐานสากลทั่วโลก
Resource
ความรู้และวิสัยทัศน์ในการคัดเลือกประเทศที่แตกต่างกัน 2 ประเทศมาผสานรวมกัน และกึ๋นล้วนๆ
Conflict
นักวิชาการทุกคนต้องทำการ Brainstorm กันเพื่อต่อยอดความคิดซึ่งกันและกันให้มากที่สุดจึงจะสามารถนำมาใช้สร้างทฤษฎีการเรียนรู้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Outcome
นักวิชาการที่ได้รับคัดเลือกออกมาจะได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ขึ้นชื่อว่า"นักวิชาการโลก" เป็นต้น (เป็นคำนำหน้าชื่อที่เท่ๆแบบเดียวกันกับ "เซอร์")
หลักสูตรการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากนักวิชาการทั่วโลกและสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับหลักสูตรทั่วโลกได้ไม่มากก็น้อย
Wednesday, December 20, 2006
ออกแบบเกมภาค 6

ใครๆก็พูดกันว่าชีวิตเหมือนกับเกม แล้วทำไมถึงไม่มีใครลองสร้างเกมที่ผู้คนทั้งโลกต้องเล่นตั้งแต่เกิดดูละครับ เป้าหมายของเกมไม่ใช่อะไรที่ดูเลวร้ายนะครับเพียงแค่เมื่อพูดถึงเกมแล้วมันทำให้รู้สึกถึงความปรองดอง ถึงการปฏิสัมพันธ์ต่อกัน และที่สำคัญที่สุดคือมันสนุกสนาน พูดถึงเกมที่จะสามารถให้ผู้เล่นทั้งโลกเล่นได้ตลอดเวลาพร้อมกันคงจะไม่พ้นระบบออนไลน์แต่มันคงต้องเป็นระบบออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจริงๆ แบบว่าอภิมหาเศรษฐีทั่วโลกและประเทศมหาอำนาจต่างๆร่วมมือกันสร้างขึ้นมาเท่านั้นจึงจะใช้ได้ ขอขนานนามโปรเจคนี้ว่า "ONE PEACE WORLD" เคยคิดบ้างมั้ยครับว่าทำไมจึงมีประเทศที่ด้อยพัฒนาและมีประเทศที่พัฒนาแล้วอยู่บนโลกใบเดียวกัน ตอบได้ง่ายๆครับเพราะ"ประเทศ"เหล่านั้นมอง"ประเทศ"เป็นหลักไม่ได้มองที่ความเป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์เดียวกัน เมื่อพวกเขามอง"ประเทศ"เป็นหลักทำให้เกิดลำดับชั้นความสำคัญขึ้นในสมองของพวกเขาในขณะที่ผู้คนเหล่านี้ลืมไปว่าประเทศทุกประเทศล้วนตั้งอยู่บนโลกใบเดียวกันใช้ทรัพยากรของโลกใบเดียวกันและเป็นมนุษย์เหมือนกัน ทำไมต้องมีการแก่งแย่งชิงดีกันบนโลกใบนี้...? เป็นคำถามยอดฮิตที่คนธรรมดาอย่างเราๆคงต้องเคยถามกับตัวเองคนละหลายครั้ง ตอบในความคิดของผมคือการแย่งมันทำได้ง่ายกว่าการสร้างไงครับ ผู้คนเลือกที่จะมองหาวิธีการแย่งที่มีประสิทธิภาพจากผู้อื่นเพราะการแย่งทำให้เราสามารถได้ทุกสิ่งทุกอย่างมาไว้ในครอบครอง ต่างจากการสร้างที่มีความซับซ้อนยุ่งยากและทำให้สำเร็จได้ยากยิ่งกว่า ตรงจุดนี้เองครับที่ผมมองว่าการสร้างที่ใครก็ว่ายากนั้นมันไม่ได้เกินกว่าความสามารถของมนุษย์เลยหากมนุษย์ผู้นั้นได้ถูกฝึกฝนทักษะมาตั้งแต่แรกเกิด พูดมาถึงตรงนี้แล้วหากใครอ่านมาตั้งแต่ต้นคงจะพอมองภาพออกแล้วใช่มั้ยครับ เกมที่ผมกำลังจะออกแบบนั้นคือเกมที่จะช่วยให้ผู้คนจากประเทศด้อยพัฒนาได้มีโอกาสฝึกฝนทักษะเพื่อให้มีเอกลักษณ์ติดตัวตั้งแต่เด็กและสามารถมีจุดเด่นที่นำไปใช้ประกอบวิชาชีพได้ในอนาคตนั่นเอง
หากจะให้เกมนี้ประสบความสำเร็จคงต้องเริ่มทำไปทีละขั้นตอนอันดับแรกต้องสร้างเกม "รวมมหาอำนาจจากทั่วโลก" ก่อน
Player
อภิมหาเศรษฐีทั้งหลายจากทั่วทุกมุมโลกและเจ้าของประเทศต่างๆ
Objective
ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสจากทั่วโลกไม่ใช่เพียงด้านการเงิน หรืออาหาร แต่เป็นด้านความรู้เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ด้วย
Rule
อภิมหาเศรษฐีและผู้นำประเทศต่างๆต้องเลือกประเทศด้อยพัฒนามาคนละ 1 ประเทศเพื่อเข้าไปพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่และให้การศึกษา โดยจะวัดผลโดยดูจากคุณภาพชีวิตของผู้คนในประเทศที่ดีขึ้นและความสามารถในการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก หากพบว่าผู้เล่นคนใดขัดขวางคู่แข่งจะถูกตัดสิทธิ์ทันที
Resource
ทรัพย์สินในมือและหัวคิดในการวางแผนสร้างรากฐานให้แก่ประเทศเหล่านั้น
Conflict
ผู้เล่นทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้าง Connection ในด้านต่างๆเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศที่ตนเลือกให้มากที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
Outcome
1.ผู้เล่นทุกคนที่เข้าร่วมเล่นเกมนี้จนจบจะได้รับการจารึกชื่อลงในประวัติศาสตร์เพื่อให้คนรุ่นต่อๆไปได้รับรู้
2.ได้รับเสียงสรรเสริญจากผู้คนในประเทศที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านั้น
***หากเกมนี้ประสบความสำเร็จเราคงจะได้ดรีมทีมอภิมหาเศรษฐีและผู้นำจากประเทศมหาอำนาจมาร่วมมือกันนะครับ
สโนว์ไวท์กับคนแคระหิวทองทั้ง 7-10 (สโนว์ไวท์หลับอยู่)
Player
4-10 คน ยิ่งเยอะยิ่งมันส์ครับ
Objective
มีเป้าหมายอยู่ 2 อย่างในเวลาเดียวกันคือ
1. คนแคระดีพยายามต่อเส้นทางไปสู่ทองให้ถูกต้อง
2. คนแคระเลวพยายามทำให้เพื่อนล้มเหลวในการขุดทอง
Rule
กำหนดสถานภาพของผู้เล่นโดยการสุ่มหยิบการ์ดซึ่งโดยส่วนมากอัตราส่วนระหว่างคนแคระดีกับเลวจะเป็น 2:1 คือเล่น 6 คนดี 4 เลว 2 เป็นต้น ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับแจกการ์ดคนละ 3 ใบ และผลัดกันลงการ์ดได้ตาละ 1 ใบต่อ 1 คน กระดานจะมีขนาดเท่ากับการ์ดวางเรียงกัน 8x5 ใบ ตรงตำแหน่งเส้นชัยจะมีการ์ดทองอยู่ 1 ใบและการ์ดหินอยู่สองใบซึ่งผู้เล่นจะไม่รู้ตำแหน่งที่ถูกต้องของทอง
Resource
การ์ดบนมือผู้เล่นซึ่งจะแบ่งเป็นหลักๆ 4 แบบคือ
1. การ์ดเส้นทางซึ่งจะมีทั้งทางตันและทางเชื่อมซึ่งการใช้จะขึ้นอยู่กับสถานภาพของผู้เล่นเป็นสำคัญ
2. การ์ดหยุดผู้เล่นซึ่งตัวการ์ดจะเป็นลักษณะของเครื่องมือที่เสียหายแล้วเมื่อผู้เล่นคนใดโดนการ์ดลักษณะนี้จะไม่สามารถใช้การ์ดในข้อ 1. ได้ และการ์ดช่วยผู้เล่นซึ่งตัวการ์ดจะเป็นลักษณะของเครื่องมือที่ไม่เสียหายซึ่งต้องเลือกให้ตรงกับรูปเครื่องมือที่เสียหายจึงจะช่วยเพื่อนได้
3. การ์ดระเบิดสามารถทำลายการ์ดเส้นทางได้ 1 ใบ
4. การ์ดแผนที่เมื่อใช้แล้วเราจะสามารถดูการ์ดทองซึ่งเป็นเส้นชัยได้ 1 ใบจาก 3 ใบ เพื่อดูว่าตำแหน่งของทองอยู่ที่ใบไหน
การ์ดรางวัล 1 แบบ คือการ์ดทองซึ่งผู้ชนะจะได้ไป
การ์ดสถานภาพซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าใครเล่นเป็นคนดีใครเล่นเป็นคนร้าย
Conflict
การใช้ไหวพริบระหว่างคนดีและคนเลวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทั้งสอง (คนดีพยายามต่อทาง คนเลวพยายามทำลายเส้นทาง) และสามารถใช้คำพูดหลอกล่อเพื่อให้อีกฝ่ายสับสนได้
Outcome
การ์ดทอง และความสะใจเมื่อสามารถเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งได้
***เป็นเกมที่มันส์มากๆครับเล่นกันกี่รอบก็ไม่เบื่อแต่แอบรู้สึกว่าผู้ร้ายมันจะได้เปรียบคนดีมากเกินไปหน่อย(แม้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงจะเป็นงั้นก็เถอะ) ด้วยปัจจัยต่างๆดังนี้ครับ
1. ผู้ร้ายทำหน้าที่แค่ก่อกวนอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องเล่นเป็นทีมเวิร์คกับเพื่อนคนร้ายด้วยกัน
2. คนร้ายปกปิดสถานภาพตัวเองอยู่จึงง่ายต่อการก่อกวน(บางเวลาคนดีบางคนก็กลั่นแกล้งกันเอง ฮา)
3. เงื่อนไขของคนดีมีมากกว่าคนร้ายหลายข้อด้วยกันคือ
1. ต้องต่อทางกันไปสู่ทองซึ่งมีโอกาสถูกเพียง 1 ใน 3
2. ต้องทำงานเป็นทีมเวิร์คในขณะที่ไม่รู้ว่าใครคือศัตรู
จากปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาส่งผลให้การ์ดบนมือของคนดีดูเหมือนจะมีคุณค่าด้อยกว่าการ์ดบนมือคนเลวมากพอดู ทำให้ผลออกมาคนเลวมักจะชนะคนดีบ่อยกว่า แต่ก็ไม่ส่งผลอะไรมากต่อความสนุกของเกมครับเพราะความสนุกอยู่ที่การเล่นซะมากกว่าไม่ได้อยู่ที่ผลแพ้ชนะเลย
4-10 คน ยิ่งเยอะยิ่งมันส์ครับ
Objective
มีเป้าหมายอยู่ 2 อย่างในเวลาเดียวกันคือ
1. คนแคระดีพยายามต่อเส้นทางไปสู่ทองให้ถูกต้อง
2. คนแคระเลวพยายามทำให้เพื่อนล้มเหลวในการขุดทอง
Rule
กำหนดสถานภาพของผู้เล่นโดยการสุ่มหยิบการ์ดซึ่งโดยส่วนมากอัตราส่วนระหว่างคนแคระดีกับเลวจะเป็น 2:1 คือเล่น 6 คนดี 4 เลว 2 เป็นต้น ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับแจกการ์ดคนละ 3 ใบ และผลัดกันลงการ์ดได้ตาละ 1 ใบต่อ 1 คน กระดานจะมีขนาดเท่ากับการ์ดวางเรียงกัน 8x5 ใบ ตรงตำแหน่งเส้นชัยจะมีการ์ดทองอยู่ 1 ใบและการ์ดหินอยู่สองใบซึ่งผู้เล่นจะไม่รู้ตำแหน่งที่ถูกต้องของทอง
Resource
การ์ดบนมือผู้เล่นซึ่งจะแบ่งเป็นหลักๆ 4 แบบคือ
1. การ์ดเส้นทางซึ่งจะมีทั้งทางตันและทางเชื่อมซึ่งการใช้จะขึ้นอยู่กับสถานภาพของผู้เล่นเป็นสำคัญ
2. การ์ดหยุดผู้เล่นซึ่งตัวการ์ดจะเป็นลักษณะของเครื่องมือที่เสียหายแล้วเมื่อผู้เล่นคนใดโดนการ์ดลักษณะนี้จะไม่สามารถใช้การ์ดในข้อ 1. ได้ และการ์ดช่วยผู้เล่นซึ่งตัวการ์ดจะเป็นลักษณะของเครื่องมือที่ไม่เสียหายซึ่งต้องเลือกให้ตรงกับรูปเครื่องมือที่เสียหายจึงจะช่วยเพื่อนได้
3. การ์ดระเบิดสามารถทำลายการ์ดเส้นทางได้ 1 ใบ
4. การ์ดแผนที่เมื่อใช้แล้วเราจะสามารถดูการ์ดทองซึ่งเป็นเส้นชัยได้ 1 ใบจาก 3 ใบ เพื่อดูว่าตำแหน่งของทองอยู่ที่ใบไหน
การ์ดรางวัล 1 แบบ คือการ์ดทองซึ่งผู้ชนะจะได้ไป
การ์ดสถานภาพซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าใครเล่นเป็นคนดีใครเล่นเป็นคนร้าย
Conflict
การใช้ไหวพริบระหว่างคนดีและคนเลวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทั้งสอง (คนดีพยายามต่อทาง คนเลวพยายามทำลายเส้นทาง) และสามารถใช้คำพูดหลอกล่อเพื่อให้อีกฝ่ายสับสนได้
Outcome
การ์ดทอง และความสะใจเมื่อสามารถเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งได้
***เป็นเกมที่มันส์มากๆครับเล่นกันกี่รอบก็ไม่เบื่อแต่แอบรู้สึกว่าผู้ร้ายมันจะได้เปรียบคนดีมากเกินไปหน่อย(แม้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงจะเป็นงั้นก็เถอะ) ด้วยปัจจัยต่างๆดังนี้ครับ
1. ผู้ร้ายทำหน้าที่แค่ก่อกวนอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องเล่นเป็นทีมเวิร์คกับเพื่อนคนร้ายด้วยกัน
2. คนร้ายปกปิดสถานภาพตัวเองอยู่จึงง่ายต่อการก่อกวน(บางเวลาคนดีบางคนก็กลั่นแกล้งกันเอง ฮา)
3. เงื่อนไขของคนดีมีมากกว่าคนร้ายหลายข้อด้วยกันคือ
1. ต้องต่อทางกันไปสู่ทองซึ่งมีโอกาสถูกเพียง 1 ใน 3
2. ต้องทำงานเป็นทีมเวิร์คในขณะที่ไม่รู้ว่าใครคือศัตรู
จากปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาส่งผลให้การ์ดบนมือของคนดีดูเหมือนจะมีคุณค่าด้อยกว่าการ์ดบนมือคนเลวมากพอดู ทำให้ผลออกมาคนเลวมักจะชนะคนดีบ่อยกว่า แต่ก็ไม่ส่งผลอะไรมากต่อความสนุกของเกมครับเพราะความสนุกอยู่ที่การเล่นซะมากกว่าไม่ได้อยู่ที่ผลแพ้ชนะเลย
Subscribe to:
Posts (Atom)