ผมทดลองใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบ non-linear ดูครับ ลองอ่านเล่นๆดูนะครับถ้าตอบข้อไหนก็ให้ไปอ่านที่สีนั้นครับ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแถบชานเมืองที่สงบสุขแห่งหนึ่ง ในตอนเช้าตรู่เด็กชายได้ออกเดินทางไปเก็บฟืนในป่าเป็นปกติประจำวันเหมือนทุกวันแต่วันนี้มีอะไรแปลกไป "ผู้คนหายไปไหนหมดนะ" เด็กชายพูดพร้อมกับเหลือบไปเห็นกระดาษใบปลิวแผ่นหนึ่งบนพื้น
เด็กชายจะทำอย่างไร
1.ไม่สนใจรีบไปเก็บฟืนดีกว่า
2.หยิบขึ้นมาอ่านดู
ตอบข้อ1. เด็กชายเดินทางต่อไปถึงชายป่าพบลูกสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งบาดเจ็บและเดินโซเซอยู่แถวนั้น
เด็กชายจะทำอย่างไร
3. เข้าไปช่วยเหลือ
4.ไม่สนใจเดินต่อเข้าไปในป่า
ตอบข้อ2. ข้อความในใบปลิวเขียนว่า"ประกาศ ท่านเจ้าเมืองได้ทำสัตว์เลี้ยงสุดที่รักหายไปผู้ใดพบเห็นและสามารถจับกลับมาได้มีรางวัลให้อย่างงาม ติดต่อที่ประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเบาะแส" เด็กชายพิจารณาอยู่สักพักหนึ่งจึงพูดขึ้น "บ้ารึเปล่าเนี่ยทำสัตว์เลี้ยงหายแล้วสัตว์เลี้ยงนั่นมันตัวอะไรเล่าไม่เขียนบอกแล้วใครมันจะรู้ไร้สาระจริงๆ" เด็กชายจึงโยนใบปลิวทิ้งและออกเดินทางเพื่อไปเก็บฟืนต่อ เมื่อเข้าไปในป่าจึงพบว่าวันนี้ในป่าพลุกพล่านไปด้วยผู้คนในหมู่บ้านซึ่งออกตามหาสัตว์เลี้ยงของท่านเจ้าเมือง บ้างก็อุ้มลิง บ้างก็อุ้มกระต่ายป่าวิ่งแข่งกันไปที่ปราสาทเจ้าเมืองเพื่อดูว่าใช่สัตว์เลี้ยงของท่านเจ้าเมืองหรือไม่
เด็กชายจะทำอย่างไร
5. เลิกเก็บฟืนและออกตามหาสัตว์เลี้ยงของท่านเจ้าเมือง
6. ไม่สนใจและเดินเก็บฟืนต่อ
ตอบข้อ3. เมื่อเด็กชายปฐมพยาบาลจิ้งจอกน้อยตัวนั้นด้วยพืชสมุนไพรและเถาวัลย์ที่ขึ้นอยู่แถวนั้นเสร็จ
เด็กชายจะทำอย่างไร
7. พาลูกสุนัขจิ้งจอกกลับบ้าน
8. ปล่อยเข้าป่าไป
ตอบข้อ4. ข้อ6. และข้อ8. เมื่อเก็บฟืนเสร็จเด็กชายจึงนำฟืนกลับบ้าน และเริ่มจัดการต้มน้ำสำหรับอาบพร้อมทั้งทำอาหารเช้าให้กับพ่อแม่ซึ่งกำลังจะกลับมาจากการทำงานในตอนรุ่งสาง เรื่องราวของเด็กชายผู้นี้จึงจบลงด้วยชีวิตประจำวันธรรมดาของเขา
ตอบข้อ5. เด็กชายออกตามหาสัตว์เลี้ยงที่ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไรอยู่นานจนเวลาล่วงเลยไปถึงเกือบเที่ยงวัน เด็กชายรู้สึกเหนื่อยมากจึงนั่งพักสักครู่หนึ่งและออกเดินทางกลับบ้านมามือเปล่า เมื่อมาถึงบ้านพบว่าแม่ของตนทำท่าตื่นตกใจและวิ่งเข้ามากอด " นี่ลูกหายไปไหนมาตั้งครึ่งค่อนวันแม่เป็นห่วงมากนะ" แม่พูด
พ่อเปิดประตูเข้ามาทำท่าโกรธและเดินตรงเข้ามาเขกหัวเด็กชาย 1 ที พร้อมทั้งว่ากล่าวเด็กชาย "รู้มั้ยว่าแม่เป็นห่วงมาก ทำงานมาก็เหนื่อยพออยู่แล้วกลับมายังต้องมาห่วงลูกอีกคราวหน้าคราวหลังอย่าให้เป็นอย่างนี้อีกนะ" พ่อด่าเด็กชายด้วยเสียงที่ดัง เด็กชายร้องไห้และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พ่อแม่ฟัง แม่จึงบอกเด็กชายว่ามีคนพบสัตว์เลี้ยงของเจ้าเมืองแล้วเป็นลูกสุนัขจิ้งจอกนอนสลบอยู่ที่ลำธารในป่าใกล้ๆนี่เอง พร้อมกับต่อว่าเด็กชายว่าอย่างทำอย่างนี้อีก เรื่องราวของเด็กชายผู้นี้จึงจบลงด้วยชีวิตประจำวันที่เด็กชายจะคงจำขึ้นใจไปอีกนาน
ตอบข้อ7. เมื่อกลับมาถึงบ้านเด็กชายจึงเอาตระกร้าใบเก่าของแม่ที่ไม่ได้ใช้แล้วจัดการวางรองด้วยผ้าและให้ลูกสุนัขจิ้งจอกนอนพักภายในนั้น เมื่อพ่อแม่ของเด็กชายกลับมาถึงเด็กชายจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อและแม่ฟัง รวมทั้งขอโทษเรื่องที่ไม่ได้เก็บฟืนและทำอาหารเตรียมไว้ พ่อแม่ยิ้มและลูบหัวเด็กชายพร้อมทั้งบอกว่าลูกได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วไม่ต้องขอโทษหรอก พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้น"แอ๊ด! สวัสดีครับ! กระผมเป็นคนของเจ้าเมือง เราได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีเสียงลูกสุนัขดังออกมาจากบ้านนี้ทั้งที่บ้านหลังนี้ไม่ได้เลี้ยงสุนัข เนื่องจากท่านเจ้าเมืองได้ทำลูกสุนัขจิ้งจอกหายไปเราจึงมาตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง นั่น!!ชาล็อต!! ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้" นายทหารตะโกน เด็กชายเล่าเรื่องทั้งหมดให้นายทหารฟังนายทหารได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวขอบคุณเด็กชายและสั่งให้ทหารอีกคนไปนำรางวัลมาให้ ของรางวัลนั้นได้แก่แม่ไก่ 5 ตัว และวัวนมพันธุ์ดีอีก 3 ตัว เรื่องราวของเด็กชายผู้นี้จึงจบลงด้วยความสุข
***แหม่ได้ทดลองเขียนแล้วมันก็สนุกไม่หยอกเหมือนกันนะเนี่ยชักติดใจซะแล้ว นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า"การตัดสินใจทำสิ่งใดก็ตาม อาจส่งผลต่ออนาคตอันไกลได้ จะคิดทำสิ่งใดจงคิดให้ดี ตัดสินใจแล้วก็ทำซะจะได้ไม่เสียใจภายหลัง" อ่านแล้วก็อย่าคิดอะไรมากนะครับผมก็เขียนเล่นๆแบบคิดอะไรได้ก็เขียนไป และก็ขอบคุณมากที่อ่านนะครับ
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
1 comment:
แจ๋ว
เขียนแบบนี้เหมือนพวก Dungeon Master ที่เขาต้องออกแบบ เกม Dungeon ให้เพื่อนเล่นเลย
Post a Comment